ตลาดนักเตะยุโรปอาจมีดีลระดับบิ๊กเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เรอัล มาดริด เตรียมเปิดเกมรุกหวังคว้าตัว โรดรี ห้องเครื่องคนสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังติดตามสถานการณ์ของดาวเตะทีมชาติสเปนมาอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า “ราชันชุดขาว” ได้มีการพูดคุยเบื้องต้นกับ แมนฯ ซิตี้ แล้ว และกำลังเตรียมยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ มูลค่าระหว่าง 43-51 ล้านปอนด์ (50-60 ล้านยูโร) เนื่องจากสัญญาของโรดรีกำลังเข้าสู่ปีสุดท้าย ทำให้ เรอัล มาดริด มองว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเดินหน้าปิดดีล
อย่างไรก็ตาม ฝั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีความตั้งใจที่จะขาย กองกลางวัย 30 ปีออกจากทีมแม้แต่น้อย เพราะมองว่าโรดรียังคงเป็นหัวใจสำคัญของแดนกลาง และกำลังเร่งเจรจาสัญญาฉบับใหม่เพื่อรั้งตัวให้อยู่กับทีมต่อไปในระยะยาว
แม้โรดรีจะเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดหลัง และต้องพักฟื้นจนพลาดเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ รวมถึงนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ แต่สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้ความสนใจจาก เรอัล มาดริด ลดลงแม้แต่น้อย เพราะสโมสรยังเชื่อว่าเขาคือกองกลางที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งของโลกในเวลานี้
การเดินหน้าคว้าตัวโรดรียังสอดคล้องกับแนวทางของประธานสโมสร ฟลอเรนติโน เปเรซ ที่ต้องการเพิ่มแกนหลักนักเตะทีมชาติสเปนภายในทีม หลังถูกวิจารณ์มาตลอดว่าปัจจุบัน เรอัล มาดริด มีผู้เล่นสเปนอยู่ไม่มาก โดยก่อนหน้านี้เพิ่งคว้าตัว มาร์ก กูกูเรญา มาร่วมทีม และตอนนี้โรดรีก็กลายเป็นเป้าหมายลำดับต่อไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรดรีได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของโลก ด้วยความสามารถในการคุมจังหวะเกม ตัดเกมคู่แข่ง และเป็นศูนย์กลางในการขึ้นเกมของทีม จน เป๊ป กวาร์ดิโอลา เคยกล่าวไว้ว่า
“โรดรีคือกองกลางที่ดีที่สุดในโลกแบบไม่มีใครเทียบได้”
ผลงานของ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงที่ไม่มีโรดรีลงสนามก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า เขาคือผู้เล่นที่แทบไม่มีใครทดแทนได้ และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่สโมสรพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวเอาไว้
ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เริ่มวางแผนระยะยาว โดยกำลังเดินหน้าคว้าตัว อายูบ บูอัดดี ดาวรุ่งจากลีลล์ เพื่อเข้ามาเป็นตัวเลือกในแดนกลาง แม้ภายในสโมสรจะยอมรับว่า การหานักเตะที่สามารถทดแทนโรดรีได้แบบสมบูรณ์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่การตัดสินใจของทั้งสองสโมสร ว่า เรอัล มาดริด จะยื่นข้อเสนอที่มากพอให้ แมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนใจหรือไม่ หรือสุดท้าย “เรือใบสีฟ้า” จะสามารถโน้มน้าวให้กองกลางคนสำคัญต่อสัญญาและอยู่เป็นหัวใจของทีมต่อไปได้



