ลิเวอร์พูลเปิดฤดูกาลแบบทำเอาแฟนบอลนั่งไม่ติด หลังบุกไปเสมอ นิวคาสเซิล 2-2 ทั้งที่เกมรุกดูดุดัน แต่พอเสียบอลเมื่อไร แดนกลางกลับเปิดกว้างจนโดนสวนเป็นว่าเล่น และนั่นทำให้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังของทีม ออกมาชำแหละแบบไม่ไว้หน้า โดยเฉพาะเรื่องของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แข้งค่าตัวมหาศาล 116.5 ล้านปอนด์ ที่ยังดูเหมือนหาตำแหน่งของตัวเองในทีมไม่เจอ
คาร์ราเกอร์มองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ เวียร์ตซ์ คนเดียว แต่คือทั้งระบบแดนกลางที่ “คิดจะบุกพร้อมกันหมด” จนไม่มีใครคอยปิดพื้นที่เวลาทีมเสียบอล
ในเกมนี้ ลิเวอร์พูลใช้ ไรอัน กราเฟนแบร์ก กับ โดมินิก โซบอสซ์ไล เป็นสองกองกลางด้านหลัง เวียร์ตซ์ ที่ยืนหมายเลข 10 แต่ในสนามจริง โซบอสซ์ไลมักดันขึ้นสูง ขณะที่กราเฟนแบร์กเองก็เติมเกมไปข้างหน้าหลายครั้ง
ผลคือหลายจังหวะตรงกลางแทบไม่มีคนอยู่ และนิวคาสเซิลก็ฉวยโอกาสเล่นสวนกลับได้ทันที
“ผมไม่คิดว่าแดนกลางชุดนี้จะทำงานได้” คาร์ราเกอร์กล่าว พร้อมชี้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพนักเตะ แต่เป็นเรื่องโครงสร้างที่ถูกวางเอาไว้
สิ่งที่ทำให้เขากังวลมากที่สุดคือ ลิเวอร์พูลมีนักเตะที่มองไปข้างหน้าแทบทุกคน ทั้ง เวียร์ตซ์, โซบอสซ์ไล และ กราเฟนแบร์ก ต่างอยากมีส่วนร่วมกับเกมรุก แต่เมื่อทั้งสามคนขยับขึ้นพร้อมกัน มันก็เหมือนเปิดประตูตรงกลางสนามให้คู่แข่งวิ่งผ่านแบบโล่ง ๆ
“ทั้งสามคนคิดแต่จะไปข้างหน้า และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่เวิร์ก” คาร์ราเกอร์กล่าว
เขายังตั้งข้อสังเกตถึงวิธีเพรสของลิเวอร์พูลด้วย เพราะดูเหมือน เวียร์ตซ์ และ โซบอสซ์ไล จะถูกสั่งให้ตามกดดันกองกลางคู่แข่งแบบใกล้ชิด แต่ปัญหาคือแนวรับไม่ได้ดันขึ้นตาม
โดยเฉพาะ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่เลือกยืนลึกเพื่อป้องกันพื้นที่ด้านหลัง ทำให้ระยะห่างระหว่างแนวรับกับแดนกลางยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
ภาพที่ออกมาจึงกลายเป็นทีมที่ “อยากเพรสสูง แต่แนวรับยังยืนต่ำ” ซึ่งคาร์ราเกอร์เปรียบเทียบกับปัญหาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเจอในยุค เอริก เทน ฮาก
และเมื่อช่องตรงกลางเปิดขนาดนั้น ต่อให้เกมรุกของลิเวอร์พูลจะอันตรายแค่ไหน ก็มีโอกาสโดนสวนกลับจนเสียประตูได้ทุกเมื่อ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ เวียร์ตซ์ เพราะคาร์ราเกอร์ยังมองไม่ออกชัด ๆ ว่าแข้งเยอรมันควรอยู่ตรงไหนในทีมชุดนี้
หาก โซบอสซ์ไล ถูกดันไปเล่นหมายเลข 10 ซึ่งคาร์ราเกอร์มองว่าเป็นตำแหน่งที่เหมาะกับเขามากกว่า คำถามใหญ่ก็จะตกมาที่ เวียร์ตซ์ ทันทีว่า แล้วนักเตะค่าตัว 116.5 ล้านปอนด์จะเล่นตรงไหน?
ตรงนี้เองที่ทำให้คาร์ราเกอร์ถึงกับเตือนว่า หากลิเวอร์พูลจัดสมดุลทีมไม่ได้ การเสริมทัพครั้งนี้อาจถูกจดจำในทางที่ไม่ดี แม้จะมีชื่อของนักเตะระดับท็อปเข้ามาก็ตาม
ทางออกที่เขามองว่าชัดเจนที่สุดคือ ลิเวอร์พูลต้องเสริมกองกลางตัวรับอีกคน
ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเตะประเภทที่มีดีแค่ไล่ชนหรือเข้าสกัด แต่ต้องเล่นบอลได้ วิ่งได้ และที่สำคัญต้องช่วยปิดพื้นที่เวลาทีมเสียการครองบอล
“ลิเวอร์พูลต้องการใครสักคนมายืนข้างกราเฟนแบร์ก” คาร์ราเกอร์กล่าว “ถ้าคุณเล่นให้ทีมระดับนี้ คุณต้องเล่นกับบอลได้ด้วย แต่สิ่งที่ผมต้องการคือคนที่วิ่งได้”
นี่จึงเป็นสัญญาณเตือนตั้งแต่ต้นฤดูกาลสำหรับลิเวอร์พูล เกมรุกอาจเต็มไปด้วยนักเตะพรสวรรค์ แต่ถ้าทุกคนพุ่งไปข้างหน้าแล้วไม่มีใครคอยดับไฟข้างหลัง ความสนุกในเกมรุกอาจต้องแลกกับการโดนคู่แข่งเล่นงานซ้ำแล้วซ้ำอีก
และสำหรับ เวียร์ตซ์ ช่วงเวลาต่อจากนี้จะยิ่งถูกจับตามองหนักกว่าเดิม เพราะค่าตัวระดับ 116.5 ล้านปอนด์ย่อมมาพร้อมความคาดหวังมหาศาล
คำถามตอนนี้ไม่ใช่แค่ว่า เวียร์ตซ์ เก่งพอหรือไม่ แต่คือ ลิเวอร์พูลจะหาวิธีทำให้เขาเข้ากับทีมได้อย่างไร ก่อนที่ปัญหาแดนกลางจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด



