โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024-25

“อย่ามาโยนให้ผม!” ฟาน ไดจ์ค สวนสื่อ หลังโดนแฉบงการแท็กติก

Premier Addict

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ออกโรงตอบโต้สื่อในบ้านเกิดแบบตรงไปตรงมา หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผลักดันให้ทีมเปลี่ยนมาเล่นระบบกองหลัง 5 คน จนเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักหลังจบฟุตบอลโลก

ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในงานแถลงข่าวก่อนเกมที่เนเธอร์แลนด์เตรียมลงสนามพบเยอรมนี หลังมีนักข่าวตั้งคำถามถึงข่าวที่อ้างว่า ฟาน ไดจ์คมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแท็กติกของทีม

เจ้าตัวตอบกลับทันทีแบบไม่อ้อมค้อม

“หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของคุณเคยบอกว่า การเปลี่ยนมาเล่นกองหลัง 5 คนเป็นความคิดของผม นั่นมันไร้สาระสิ้นดี”

ฟาน ไดจ์คยอมรับว่า เนเธอร์แลนด์ทำผลงานในฟุตบอลโลกได้ไม่ดีอย่างที่หวัง แต่เขามองว่าความผิดหวังดังกล่าวเป็นเรื่องของทั้งทีม ไม่ใช่สิ่งที่จะโยนให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบ

“ความจริงก็คือเราล้มเหลวในฟุตบอลโลก เราเล่นได้ไม่ดี นั่นคือข้อเท็จจริง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว คุณต้องทำงานร่วมกันในฐานะทีม”

กองหลังจากลิเวอร์พูลยังสวนกลับคำกล่าวหาที่รุนแรงกว่านั้น หลังมีการพูดถึงขั้นว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฟุตบอลดัตช์ได้รับความเสียหาย

“การที่คุณบอกว่าผมทำลายฟุตบอลดัตช์หลังจบฟุตบอลโลก มันไม่มีมูลเลย”

ย้อนกลับไปในฟุตบอลโลก ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ใช้ระบบกองหลัง 4 คนมาตลอดรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะมีการปรับมาเล่นด้วยแนวรับ 5 คนในเกมดังกล่าว โดยทีมเป็นฝ่ายออกนำจากประตูของ โคดี้ กัคโป

อย่างไรก็ตาม เกมกลับพลิกสถานการณ์ในช่วงท้าย เมื่อคู่แข่งตามตีเสมอได้ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะต้องดวลกันต่อจนถึงการยิงจุดโทษ และเนเธอร์แลนด์เป็นฝ่ายตกรอบไปในที่สุด

ฟาน ไดจ์คยืนยันอีกครั้งว่า การเลือกแท็กติกเป็นหน้าที่ของทีมโค้ช ไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็นคนตัดสินใจ

“แผนการเล่นถูกวางโดยทีมงานโค้ช เรื่องไร้สาระถูกปล่อยออกมาเพื่อทำให้ผมดูแย่ลง และมันเกิดขึ้นบ่อยเกินไป”

“ผมเคยถูกบอกว่าเป็นความผิดของผมที่เราเล่นด้วยกองหลัง 5 คน รวมถึงมีคนพูดว่าผมกับโรนัลด์ คูมันทำลายฟุตบอลดัตช์ เรื่องแบบนั้นไม่มีเหตุผลเลย ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ”

แม้สุดท้ายทีมจะไม่สามารถคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการได้ แต่ฟาน ไดจ์คมองว่าแผนดังกล่าวเกือบพาทีมไปถึงเป้าหมาย

“แผนมันทำงานมาเกือบ 90 นาที แม้เกมจะไม่ดีนัก เราเกือบจะผ่านไปได้อยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจให้ทีมเล่นแบบนั้น”

ฟาน ไดจ์คขอพูดบ้าง หลังเจอข่าวไม่จริง

เมื่อถูกถามว่าทำไมครั้งนี้เขาถึงตอบโต้สื่อแบบดุเดือดกว่าปกติ ฟาน ไดจ์คบอกตรงๆ ว่า บางเรื่องก็ถึงเวลาที่ต้องพูดออกมา

“ผมเป็นคนเปิดกว้างนะ แต่บางครั้งเรื่องบางอย่างก็ต้องพูดออกมา ไม่อย่างนั้นคุณก็ต้องนั่งฟังแต่เสียงบ่น”

“ผมไม่มีปัญหากับสื่อส่วนใหญ่เลย ไม่เคยมีปัญหาด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีการเอาเรื่องไร้สาระไปเผยแพร่ แล้วผมควรจะรับมือกับมันยังไง?”

น้ำเสียงของฟาน ไดจ์คชัดเจนว่าเขาไม่ได้ต้องการเปิดศึกกับสื่อทั้งหมด แต่ต้องการตอบโต้เฉพาะสิ่งที่เขามองว่าไม่ตรงกับความจริง

ยังพร้อมลุยต่อกับทีมชาติ

แม้จะผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์ แต่ฟาน ไดจ์คยังยืนยันว่า เขาพร้อมเดินหน้ารับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ต่อไป หลังได้พูดคุยกับ ซาวี กุนซือคนใหม่ของทีม

เจ้าตัวเผยว่า หลังใช้เวลาพักกับครอบครัว เขาได้เข้าพูดคุยกับเฮดโค้ชคนใหม่เพื่อเคลียร์เรื่องอนาคต และการตัดสินใจก็เกิดขึ้นแทบจะทันที

“ผมต้องการพักกับครอบครัวก่อน จากนั้นก็มีการพูดคุยครั้งสำคัญกับโค้ชทีมชาติ ผ่านไปแค่ 10 วินาที ทุกอย่างก็ชัดเจนแล้วว่าผมจะไปต่อ”

สิ่งที่ทำให้ฟาน ไดจ์คตัดสินใจอยู่กับทีมต่อ ไม่ได้มีแค่เรื่องในสนาม แต่ยังรวมถึงความรู้สึกว่าเขายังได้รับความไว้วางใจและมีความสำคัญต่อทีม

“เขาบอกผมว่า ผมคือเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค มันคือเรื่องของความไว้วางใจ การได้รับการยอมรับ และความสำคัญของผมต่อทีม”

สำหรับฟาน ไดจ์ค เรื่องสภาพร่างกายไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่เขาต้องการมากกว่าคือการรู้สึกว่า ยังเป็นคนสำคัญ และยังมีความสุขกับการเล่นให้ทีมชาติ

“เรื่องสภาพร่างกายไม่มีอะไรต้องสงสัย แต่คุณก็อยากรู้สึกว่าได้รับการยอมรับและยังสนุกกับมัน”

จากนี้ ฟาน ไดจ์คจึงยังคงเดินหน้าสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ต่อไป พร้อมทิ้งเรื่องดราม่ากับสื่อไว้ข้างหลัง และโฟกัสกับการกลับมาสร้างผลงานในสนามอีกครั้ง

# แท็กที่เกี่ยวข้อง