โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024-25

แดงเดือดในโซเชียล! คลิปสเปอร์สแกะเพรสแมนยูง่ายเกิน เปิดแผลปีศาจแดง

Premier Addict

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจองานหนักทั้งในสนามและบนโลกโซเชียล หลังทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1-1 ทั้งที่คู่แข่งเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน แต่สิ่งที่กลายเป็นประเด็นร้อนกลับไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน เมื่อคลิปความยาวเพียง 10 วินาที เผยให้เห็นว่า สเปอร์สสามารถแกะเพรสซิ่งของปีศาจแดงได้ง่ายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนยอดเข้าชมพุ่งทะลุ 3 ล้านวิวภายในเช้าวันจันทร์

ความพ่ายแพ้ในแง่ความรู้สึกครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาของแมนยูที่กำลังออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างน่าผิดหวัง หลังเก็บได้เพียง 6 คะแนนจาก 6 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นผลงานช่วงต้นฤดูกาลที่แย่ที่สุดในรอบ 40 ปี

จ่ายบอลเดียว ทะลุเพรสทั้งแผง!

ย้อนกลับไปในนาทีที่ 57 ขณะที่สกอร์ยังเสมอกัน 0-0 สเปอร์สเริ่มต้นเกมจากหน้าประตูตัวเอง โดย แจน พอล ฟาน เฮคเคอ รับบอลสั้นจาก มาร์โก เซเนซี ก่อนหาช่องจ่ายบอลออกไปทางขวาให้ อาร์ชี เกรย์

จังหวะนั้น แมนยูส่งผู้เล่นถึง 6 คนขึ้นไปไล่เพรสแบบตัวต่อตัว หวังบีบให้คู่แข่งเสียบอลตั้งแต่แดนหลัง แต่ปัญหาคือแนวรับทั้ง 4 คนยังถอยอยู่บริเวณเส้นครึ่งสนาม ทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างแนวรับกับแดนกลาง

ที่สำคัญ มาเตอุส คุนญ่า ยืนห่างจากเกรย์มากเกินไป เปิดโอกาสให้สเปอร์สเล่นบอลออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างง่ายดาย

ทันทีที่เกรย์รับบอล เจ้าตัวก็เร่งเครื่องพาบอลขึ้นหน้า ทะลุพื้นที่ว่างของแมนยูไปแบบไม่มีใครหยุดได้ จากจังหวะที่ควรเป็นการกดดันคู่แข่ง กลับกลายเป็นนักเตะปีศาจแดง 6 คนถูกทิ้งไว้ด้านหลังในพริบตาเดียว

ไมเคิล คาร์ริค พยายามส่งสัญญาณให้คุนญ่าถอยกลับมาช่วยเกมรับ แต่เกรย์หลุดขึ้นไปไกลแล้ว ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางให้ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ที่ยืนรอรับบอลแบบไร้ตัวประกบ

กัลลาเกอร์จ่ายต่อให้ ซาวินโญ่ ทางฝั่งซ้าย ก่อนที่แนวรุกสเปอร์สจะยิงทันที แต่ เลนี โยโร่ ยังตามมาบล็อกเอาไว้ได้ ทำให้แมนยูรอดพ้นจากการเสียประตูไปอย่างหวุดหวิด

นี่คือภาพที่แฟนบอลไม่อยากเห็น เมื่อทีมส่งผู้เล่นขึ้นไปเพรสถึง 6 คน แต่กลับเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีได้อย่างง่ายดายจากการจ่ายบอลเพียงครั้งเดียว

แดนกลางวิ่งไล่ไม่ทัน ปัญหาที่คาร์ริคต้องรีบแก้

แกรี เนวิลล์ อดีตกองหลังแมนยู ซึ่งทำหน้าที่บรรยายเกมทาง Sky Sports มองเห็นปัญหาชัดเจน โดยเฉพาะการถอยลงมาช่วยเกมรับของ ยูริ ตีเลอมันส์ และ ค็อบบี้ เมนู

ทั้งคู่พยายามวิ่งกลับไปปิดพื้นที่ แต่กลับไล่ตามความเร็วของเกมไม่ทัน เปิดช่องให้สเปอร์สพาบอลขึ้นมาถึงพื้นที่สุดท้ายได้อย่างต่อเนื่อง

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่การยืนตำแหน่งผิดพลาด แต่ยังรวมถึงความเข้มข้นในการเล่น การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล และความสามารถในการเปลี่ยนจากเกมรุกกลับมาเป็นเกมรับอย่างรวดเร็ว

เมื่อระบบเพรสซิ่งทำงานไม่พร้อมกัน ผู้เล่นแนวหน้าวิ่งขึ้นไปกดดัน แต่แดนกลางและแนวรับไม่สามารถขยับตามได้ทัน สิ่งที่ควรเป็นอาวุธของทีมก็พร้อมกลายเป็นช่องโหว่ให้คู่แข่งเล่นงานทันที

คำพูดก่อนเปิดฤดูกาล ถูกขุดกลับมาเป็นประเด็น

สิ่งที่ทำให้เสียงวิจารณ์ร้อนแรงขึ้นไปอีก คือคำพูดของตีเลอมันส์ในช่วงปรีซีซั่น ซึ่งให้สัมภาษณ์กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เกี่ยวกับการฝึกซ้อมภายใต้การทำทีมของคาร์ริค

“พอกลับมาจากฟุตบอลโลก คุณก็ไม่ต้องวิ่งเยอะ แค่ผ่อนคลายไปก่อน”

คำพูดดังกล่าวถูกหยิบกลับมาพูดถึงซ้ำ หลังแมนยูถูกตั้งคำถามเรื่องสภาพร่างกายและความฟิตในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล โดยรายงานระบุว่าทีมวิ่งน้อยกว่าคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกทุกนัด ยกเว้นเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก หลัง ฟิล โฟเด้น ถูกไล่ออกจากสนาม

ขณะที่คุนญ่าเองก็เคยยอมรับปัญหานี้ หลังเกมเสมอฟูแล่ม ก่อนพักเบรกทีมชาติ โดยกล่าวว่า

“พวกเขาใส่พลังงานลงไปมากกว่าเรา เรื่องแบบนี้เรายอมรับไม่ได้”

คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่นักเตะในทีมก็รับรู้ถึงปัญหาความเข้มข้นในการเล่น แต่เมื่อกลับมาลงสนามอีกครั้ง ภาพเดิม ๆ ก็ยังเกิดขึ้นให้เห็น

แมนยูต้องแก้มากกว่าแท็กติก หากหวังกลับมาผงาด

สำหรับคาร์ริค การแก้ปัญหาในเวลานี้ไม่ใช่แค่สั่งให้ลูกทีมวิ่งไล่บอลหนักขึ้น แต่ต้องจัดระเบียบทั้งทีมให้มีความกระชับมากกว่าเดิม ลดช่องว่างระหว่างแนวรับกับแดนกลาง และทำให้ผู้เล่นทุกตำแหน่งขยับขึ้นลงไปในทิศทางเดียวกัน

เพราะการเพรสซิ่งที่ดีไม่ได้วัดกันแค่จำนวนผู้เล่นที่วิ่งเข้าหาบอล แต่ต้องดูด้วยว่าทีมสามารถปิดทางเลือกในการจ่ายบอลของคู่แข่งได้หรือไม่ และเมื่อถูกแกะเพรสแล้ว จะกลับมาตั้งรับได้เร็วแค่ไหน

เกมเสมอสเปอร์ส 1-1 จึงเป็นมากกว่าการทำแต้มหล่นในบ้าน เพราะคลิปไวรัลครั้งนี้เปิดให้เห็นทั้งปัญหาแดนกลาง การประสานงานที่ไม่ลงตัว และความเข้มข้นที่ยังไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันระดับพรีเมียร์ลีก

เมื่อคู่แข่งสามารถจ่ายบอลเพียงครั้งเดียวแล้วทะลุแนวเพรสไปได้ทั้งแผง ปัญหาของแมนยูก็ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป และหากคาร์ริคยังหาทางแก้ไม่ได้ เสียงวิจารณ์ที่กำลังถาโถมเข้ามาอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแรงกดดันที่หนักกว่านี้

# แท็กที่เกี่ยวข้อง