พอล เมอร์สัน อดีตกองกลางอาร์เซน่อล ออกโรงยกย่องทีมเก่าว่าเล่นได้สมศักดิ์ศรีทีมลุ้นแชมป์ หลังบุกไปคว้าชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 1-0 ถึงถิ่นแอนฟิลด์ พร้อมชี้ว่านี่คือฟอร์มการเล่นระดับมาสเตอร์คลาส โดยเฉพาะเกมรับที่แข็งแกร่งจนเจ้าถิ่นไม่สามารถยิงตรงกรอบได้แม้แต่ครั้งเดียว!
เกมนี้อาร์เซน่อลได้ประตูสำคัญจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ ในนาทีที่ 16 ก่อนจะรักษาสกอร์นำเอาไว้ได้จนจบเกม แม้ลิเวอร์พูลจะพยายามเร่งเครื่องเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่แนวรับทีมปืนใหญ่ก็ยืนหยัดได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นเล่นได้ถนัด
ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่อาร์เซน่อลบุกมาคว้าสามแต้มที่แอนฟิลด์ได้สำเร็จ แถมยังเป็นการเก็บชัยในพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกัน ขยับหนีคู่แข่งขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง โดยมีคะแนนทิ้งห่าง 3 แต้ม
ที่สำคัญ อาร์เซน่อลยังสร้างสถิติสุดเหลือเชื่อ ด้วยการเป็นทีมแรกที่ทำให้ลิเวอร์พูลไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบในเกมลีกที่แอนฟิลด์ นับตั้งแต่ Opta เริ่มเก็บสถิติในปี 2003
เมอร์สันยกเกมรับปืนใหญ่ระดับมาสเตอร์คลาส เห็นแล้วรู้เลยว่าทีมแชมป์เป็นยังไง!
เมอร์สันยอมรับตามตรงว่า ก่อนเกมเขาเคยมองว่าอาร์เซน่อลมีโอกาสบุกมาแพ้ลิเวอร์พูล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกลับทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิด เพราะลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวินัยในการเล่นที่ยอดเยี่ยมเกินคาด
อดีตแข้งปืนใหญ่กล่าวว่า
“วิธีการเล่นเกมรับของอาร์เซน่อล ทุกคนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร และทุกคนก็ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง เมื่อคุณเห็นนักเตะระดับท็อปที่เพิ่งประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ แต่ยังคงช่วยกันเล่นเกมรับอย่างเต็มที่แบบนี้ มันคือมาสเตอร์คลาสอย่างแท้จริง”
แม้จะมีบางจังหวะที่อาร์เซน่อลได้รับประโยชน์จากการตัดสินของ VAR รวมถึงจังหวะดึงเสื้อในเขตโทษ แต่เมอร์สันมองว่าต้องยกเครดิตให้ทีมเยือน เพราะตลอดทั้งเกมลิเวอร์พูลแทบสร้างอันตรายให้แนวรับปืนใหญ่ไม่ได้เลย
“ดาบิด ราย่า แทบไม่ต้องออกแรงเซฟด้วยซ้ำ นี่แหละคือเครื่องหมายของทีมแชมป์”
เมอร์สันยังแสดงความมั่นใจว่าอาร์เซน่อลมีโอกาสสูงมากที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้จะยังมีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นคู่แข่งสำคัญ แต่จากผลงานที่เห็น เขามองว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อมั่นในทีมของอาร์เตต้า
แพ้ไบรท์ตันแล้วไง! ปืนใหญ่กลับมาเป็นเครื่องจักรสังหารอีกครั้ง
อีกประเด็นที่เมอร์สันพูดถึงคือการเปลี่ยนแปลงของอาร์เซน่อลหลังพ่ายไบรท์ตัน 0-3 เมื่อเดือนก่อน โดยมองว่าความพ่ายแพ้ครั้งนั้นอาจเป็นจุดที่ทำให้ทีมกลับมาทบทวนแนวทางการเล่นของตัวเอง
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่า หลังประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อลอาจหันมาเล่นฟุตบอลที่เน้นความสร้างสรรค์และเกมรุกมากขึ้น แต่หลังจากโดนไบรท์ตันเล่นงานอย่างหนัก พวกเขาก็ดูเหมือนจะกลับมาใช้สูตรเดิมที่เคยสร้างความสำเร็จอีกครั้ง
“ผมคิดว่าพวกเขาคงมีการพูดคุยกัน และตระหนักว่าต้องกลับไปทำในสิ่งที่เคยพาพวกเขาประสบความสำเร็จ”
เมอร์สันมองว่าอาร์เซน่อลเริ่มต้นเกมที่แอนฟิลด์ได้อย่างดุดัน โดยเฉพาะช่วง 20 นาทีแรกที่เล่นได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน หากได้ประตูที่สองเพิ่ม เกมอาจจบลงแบบสบายกว่านี้
แต่เมื่อไม่สามารถบวกสกอร์เพิ่มได้ อาร์เซน่อลก็เลือกที่จะลดความเสี่ยง ถอยลงมาจัดระเบียบเกมรับ และปล่อยให้ลิเวอร์พูลครองบอลอยู่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ
แม้เมอร์สันจะมองว่าลิเวอร์พูลควรได้จุดโทษจากจังหวะปะทะกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค แต่ภาพรวมยังเป็นอาร์เซน่อลที่ควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด
“พวกเขากลับมาเป็นทีมในแบบที่เราคุ้นเคยอีกครั้ง เป็นเครื่องจักรที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในระดับสูงสุด”
อาร์เตต้าทำทีมได้สุดยอด! นักเตะทุกคนพร้อมทำตามแผน ไม่มีใครเล่นเพื่อตัวเอง
เมอร์สันยังไม่ลืมชื่นชม มิเกล อาร์เตต้า ที่สามารถสร้างทีมให้มีความเข้าใจในระบบการเล่นอย่างชัดเจน โดยนักเตะทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตัวเอง และพร้อมทุ่มเทเพื่อทีมอย่างเต็มที่
“นักเตะเหล่านี้เป็นผู้เล่นระดับท็อป ทุกคนควรมองทีมชุดนี้เป็นตัวอย่าง เพราะนี่คือทีมในฝันของผู้จัดการทีมทุกคน”
“อาร์เตต้าคงเข้านอนแล้วคิดในใจว่า ‘ว้าว’ เพราะทุกอย่างที่เขาบอกให้นักเตะทำ พวกเขาก็ทำได้ทั้งหมด”
เมอร์สันยังเชื่อว่าแทบไม่มีทีมไหนจะหยุดอาร์เซน่อลจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นฟอร์มในครึ่งหลังที่แอนฟิลด์ ซึ่งทีมปืนใหญ่สามารถควบคุมเกมได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะไม่ได้เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าก็ตาม
แต่ยังมีจุดให้ห่วง! เมอร์สันตั้งคำถามเกมสวนกลับ หากต้องเจอของจริงในยุโรป
อย่างไรก็ตาม แม้จะประทับใจกับผลงานของอาร์เซน่อลในพรีเมียร์ลีก แต่เมอร์สันยังมองว่าทีมมีบางจุดที่ต้องพัฒนา โดยเฉพาะการเล่นเกมสวนกลับเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งระดับท็อปในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
เขามองว่าอาร์เซน่อลยังขาดความเฉียบคมในการเปลี่ยนจังหวะจากเกมรับเป็นเกมรุก รวมถึงความสามารถในการจ่ายบอลทะลุช่องเพื่อสร้างโอกาสทำประตูแบบเด็ดขาด
เมอร์สันยกตัวอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่าหากทีมดังจากฝรั่งเศสตกเป็นฝ่ายตามหลังลิเวอร์พูล 0-1 พวกเขายังมีแนวรุกที่สามารถใช้ความเร็วและการจ่ายบอลที่แม่นยำเล่นงานคู่แข่งจากจังหวะสวนกลับได้อย่างน่ากลัว
แต่สำหรับอาร์เซน่อล เขายังไม่แน่ใจว่าทีมจะมีทีเด็ดในจังหวะแบบนั้นมากพอหรือไม่
ถึงกระนั้น เมอร์สันก็ย้ำว่าประเด็นนี้อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะอาร์เซน่อลมีเกมรับที่แข็งแกร่งและระบบทีมที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว
“พวกเขาไม่จำเป็นต้องยิงประตูเยอะมากในพรีเมียร์ลีกก็ได้ เพราะทีมชุดนี้ยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ”
ชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล จึงไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา แต่เป็นการประกาศให้ทั้งลีกเห็นว่าอาร์เซน่อลยังแข็งแกร่งแค่ไหน โดยเฉพาะการบุกมาคว้าชัยในสนามที่ขึ้นชื่อว่าเล่นยากที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ
และถ้ารักษามาตรฐานแบบนี้ได้ต่อไป คำถามอาจไม่ใช่ว่าอาร์เซน่อลจะมีลุ้นแชมป์หรือไม่ แต่อาจกลายเป็นว่า… จะมีทีมไหนหยุดพวกเขาได้ทันเวลาหรือเปล่า!



