เชลซีของ ชาบี อลอนโซ่ เจอบททดสอบหนักอีกครั้ง หลังบุกพ่าย เบรนท์ฟอร์ด 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก เกมนี้ไม่ได้แพ้แค่เรื่องสกอร์ แต่ปัญหาเกมรับและสภาพจิตใจของทีมถูกเปิดออกมาให้เห็นแบบเต็มตา
ครึ่งแรกยังพอมีจังหวะให้แฟนสิงห์ได้ลุ้น แต่หลังพักครึ่งทุกอย่างกลับตาลปัตร เบรนท์ฟอร์ดเร่งเครื่องจนเชลซีตั้งรับแทบไม่ทัน ก่อนรัวประตูจนคว้าชัยแบบขาดลอย
จุดเดิมที่ยังแก้ไม่ตกคือ ลูกตั้งเตะ เชลซีเสียประตูจากลูกเซตพีซอีกครั้ง และนี่กลายเป็นประตูที่ 4 ที่พวกเขาเสียจากสถานการณ์ลักษณะนี้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
ที่เจ็บกว่าคือ เบรนท์ฟอร์ดรู้จุดอ่อนของเชลซีอยู่แล้ว โดยมีการวางแผนโจมตีพื้นที่เสาไกลตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง ก่อนจะได้ผลทันทีในครึ่งหลัง
เกมรับของเชลซียังน่าเป็นห่วง เพราะทีม ไม่สามารถเก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 22 นัดติดต่อกัน แถมยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ลุ้นยิงในกรอบเขตโทษบ่อยเกินไป
เมื่อเสียประตูแล้ว ปัญหายิ่งชัดเจนขึ้น เชลซีเริ่มเสียทรง คุมเกมไม่ได้ และขาดความดุดันในการไล่เอาคืน
อลอนโซ่ยอมรับหลังเกมว่า ทีมต้องพัฒนาหลายด้านทั้ง สภาพจิตใจ แท็กติก การดวลตัวต่อตัว การสร้างเกมจากแดนหลัง และการควบคุมเกม
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการขาด มอยเซส ไกเซโด ซึ่งทำให้แดนกลางของเชลซีดูเสียสมดุล ขณะที่แนวรุกก็เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด หลังชุด “JP Morgan” ถูกแยกออกจากกันเป็นครั้งแรกในฤดูกาล และเชลซียิงประตูไม่ได้เป็นครั้งแรกเช่นกัน
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้เชลซีแพ้เป็นเกมที่ 11 ในปี 2026 และที่น่ากังวลคือพวกเขาเสียอย่างน้อย 2 ประตูมาแล้ว 5 เกมพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน
อลอนโซ่เพิ่งเข้ามารับงานและยังต้องใช้เวลาสร้างทีมใหม่ แต่ช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะปัญหาของเชลซีตอนนี้ไม่ได้มีแค่จุดเดียว
เกมรับต้องแก้ ลูกตั้งเตะต้องรัดกุม และเมื่อเสียประตู ทีมต้องไม่เสียทรงง่ายเหมือนเกมนี้ เพราะถ้ายังปล่อยให้คู่แข่งเจาะง่ายแบบเดิม งานของอลอนโซ่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ



