ประตูชัยของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่พาแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 กลายเป็นประเด็นถกเถียง หลังองค์กรผู้ตัดสิน Pro Ref ออกมายอมรับภายหลังว่า การให้ประตูครั้งนี้เป็น “ความผิดพลาดในการตัดสิน”
จังหวะดังกล่าว เดิมทีผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงว่า ฮาลันด์ล้ำหน้า ก่อน VAR จะตรวจสอบและกลับคำตัดสิน เนื่องจากมองว่าดาวยิงชาวนอร์เวย์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอยู่ที่ เอนโซ เฟร์นานเดซ ผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า และพยายามพุ่งเข้าหาบอลในกรอบเขตโทษก่อนที่บอลจะไปถึงฮาลันด์
แม้เฟร์นานเดซจะไม่ได้สัมผัสบอล แต่ตามกติกา การอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและมีส่วนรบกวนการเล่นก็อาจทำให้จังหวะนั้นถูกตัดสินเป็นล้ำหน้าได้
Pro Ref ยอมรับว่า VAR “ประเมินผลกระทบจากตำแหน่งของผู้เล่นไม่ถูกต้อง” โดยมีความเป็นไปได้ว่าทีม VAR อาจมัวแต่ตรวจสอบว่าเฟร์นานเดซสัมผัสบอลหรือไม่ จนมองข้ามประเด็นว่า การพยายามเล่นบอลของเขาส่งผลต่อผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ดหรือเปล่า
ภาพช้ายังแสดงให้เห็นว่า ผู้รักษาประตูแมนฯ ยูไนเต็ดมีปฏิกิริยาต่อการเคลื่อนที่ของเฟร์นานเดซ ก่อนที่ฮาลันด์จะเข้ามายิงประตู
ด้วยเหตุนี้ Pro Ref จึงมองว่า VAR ควรส่ง ไมเคิล โอลิเวอร์ ไปดูจังหวะดังกล่าวที่จอข้างสนาม เพื่อให้ผู้ตัดสินตัดสินด้วยตัวเองว่า เฟร์นานเดซมีส่วนรบกวนการเล่นหรือไม่
สุดท้าย แม้ฮาลันด์จะได้รับเครดิตเป็นผู้ทำประตูชัย แต่เหตุการณ์นี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งคำถามใหญ่เกี่ยวกับการทำงานของ VAR ว่า การโฟกัสกับรายละเอียดเล็ก ๆ มากเกินไป อาจทำให้พลาดภาพรวมของจังหวะสำคัญหรือไม่



