แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งปลุกความหวังให้แฟนบอลด้วยการโกงความตาย พลิกสถานการณ์จากที่ตกเป็นรองถึงสองประตู กลับมาแซงชนะ โรม่า 3-2 แบบสุดระทึก แต่ชัยชนะสุดดราม่าครั้งนี้อาจยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของปัญหาที่ปีศาจแดงกำลังเผชิญ!
ล่าสุด พอล เมอร์สัน อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ออกโรงส่งคำเตือนถึง ไมเคิล คาร์ริค แบบตรงไปตรงมา โดยชี้ว่าหากต้องการพาแมนฯ ยูไนเต็ด กลับมายืนในจุดที่ควรอยู่ สิ่งสำคัญคือการส่งนักเตะที่ดีที่สุดลงสนาม และหนึ่งในนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส
เมอร์สันมองว่ากัปตันทีมชาวโปรตุเกสคือหัวใจสำคัญของปีศาจแดง ต่อให้บางเกมฟอร์มไม่เข้าฝัก ก็ไม่ควรถูกตัดออกจากทีมง่าย ๆ เพราะในช่วงที่สโมสรกำลังเผชิญวิกฤต นักเตะที่มีคุณภาพและประสบการณ์สูงคือคนที่ทีมต้องพึ่งพามากที่สุด
เมอร์สันชี้ชัด! แมนยูจะไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีบรูโน่
“ผมคิดว่าบรูโน่ แฟร์นันด์ส ต้องได้ลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดของทีม และเมื่อคุณกำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก คุณก็ต้องมีนักเตะที่ดีที่สุดอยู่ในสนาม”
เมอร์สันยังชื่นชมความใจสู้ของบรูโน่ หลังเจ้าตัวพลาดจุดโทษ แต่ยังรวบรวมความกล้ากลับมารับหน้าที่สังหารอีกครั้งภายใต้แรงกดดันมหาศาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ทีมต้องการ
แม้บรูโน่จะเคยถูกดรอปในเกมกับโรม่า แต่เมอร์สันไม่เห็นด้วยหากคาร์ริคจะเลือกใช้วิธีนี้ต่อไป เพราะการไม่มีนักเตะที่ดีที่สุดอยู่ในสนาม เท่ากับเป็นการลดโอกาสคว้าชัยชนะของตัวเอง
“คุณไม่ควรทำร้ายตัวเองเพียงเพราะมีปัญหากับนักเตะคนหนึ่ง คุณต้องทำให้เขาอยู่ข้างเดียวกับคุณ”
นี่คือข้อความที่เมอร์สันต้องการส่งถึงคาร์ริคอย่างชัดเจน เพราะบรูโน่ไม่ใช่แค่ผู้เล่นคนหนึ่ง แต่เป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกและคนที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ของทีมได้ในเสี้ยววินาที
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้มีแค่เรื่องการเลือกตัวผู้เล่น เพราะสิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือฟอร์มการเล่นที่ยังขาดความต่อเนื่อง
เมอร์สันยกตัวอย่างเกมกับเชลซีที่ปีศาจแดงทำได้ดีในครึ่งแรก รวมถึงช่วงเวลาที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งหลังกับโรม่า แต่การเล่นดีเป็นพัก ๆ ไม่เพียงพอสำหรับทีมที่ต้องการกลับไปลุ้นความสำเร็จ
“คุณต้องเล่นฟุตบอลให้ดีสัก 70-75 นาที ไม่ใช่เล่นดีแค่ 10 นาทีบ้าง 15 นาทีบ้าง”
คำพูดนี้สะท้อนปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ด ได้เป็นอย่างดี เพราะการรอให้ทีมตกอยู่ในสถานการณ์คับขันก่อนค่อยเร่งเครื่อง อาจไม่ใช่วิธีที่จะพาพวกเขาคว้าชัยชนะได้ในระยะยาว
คุนญ่าระวังให้ดี! เมอร์สันจี้ต้องเลิกฟอร์มขึ้นสุดลงสุด
อีกหนึ่งคนที่ถูกเมอร์สันพูดถึงแบบไม่อ้อมค้อมคือ มาเตอุส คุนญ่า แนวรุกชาวบราซิเลียนที่มีทั้งความสามารถ ความดุดัน และความมุ่งมั่น แต่สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์คือการรักษามาตรฐานการเล่นให้สม่ำเสมอ
เมอร์สันยอมรับว่าชื่นชอบแพสชั่นของคุนญ่า แต่ติดใจตรงที่ผลงานของเจ้าตัวมักแกว่งอย่างเห็นได้ชัด บางนัดเล่นได้ยอดเยี่ยมจนเป็นตัวเปลี่ยนเกม แต่บางนัดกลับหายไปจากสนามแทบไม่มีบทบาท
“เขาเป็นนักเตะระดับ 9 คะแนนในสัปดาห์หนึ่ง แต่พอสัปดาห์ต่อมากลับเหลือแค่ 4 คะแนน”
เมอร์สันมองว่าตอนอยู่กับวูล์ฟแฮมป์ตัน ความไม่สม่ำเสมออาจยังพอเข้าใจได้ เพราะทีมไม่ได้มีแรงกดดันในการลุ้นความสำเร็จเท่ากับสโมสรระดับท็อป แต่เมื่อเลือกย้ายมาเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไป
ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้คุณเล่นดีแค่บางนัดแล้วหายไปในเกมถัดไป!
“เมื่อคุณเล่นให้สโมสรใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คุณต้องรักษามาตรฐานให้อยู่ในระดับ 7 หรือ 7.5 คะแนนทุกสัปดาห์ คุณสามารถมีเกมที่เล่นได้ 8 หรือ 9 คะแนน แต่คุณจะเล่นได้ 9 คะแนนในสัปดาห์หนึ่ง แล้วเหลือแค่ 4 คะแนนในสัปดาห์ต่อมาไม่ได้”
เมอร์สันย้ำว่า สโมสรใหญ่ต้องการชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับวันที่นักเตะคนใดคนหนึ่งระเบิดฟอร์มพิเศษออกมาเท่านั้น ดังนั้นคุนญ่าต้องเรียนรู้ที่จะรักษามาตรฐานให้ได้ หากต้องการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของปีศาจแดงอย่างแท้จริง
ย้ายมาแมนยูต้องรับแรงกดดันให้ได้! เมอร์สันยกกรณีบาเลบาเตือนแข้งใหม่
เมอร์สันยังยกตัวอย่าง คาร์ลอส บาเลบา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า การเล่นให้สโมสรใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด มาพร้อมกับแรงกดดันที่แตกต่างจากทีมเดิมอย่างสิ้นเชิง
เขามองว่าการย้ายจากไบรท์ตันมาสู่ทีมที่มีฐานแฟนบอลและความคาดหวังมหาศาล ทำให้นักเตะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนัก แม้กระทั่งในวันที่ทีมพ่ายแพ้ให้กับคู่แข่งระดับสูง
“ตอนอยู่ไบรท์ตัน เวลาทีมแพ้ก็แทบไม่มีใครพูดถึงอะไร แต่เมื่อมาอยู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แค่แพ้ทีมระดับท็อปทีมหนึ่ง ทุกคนก็พร้อมออกมาวิจารณ์อย่างหนักหลังจบเกม”
นี่คือโลกของฟุตบอลระดับสูงที่นักเตะทุกคนต้องยอมรับ เพราะการสวมเสื้อปีศาจแดงไม่ได้หมายถึงแค่การลงไปเล่นฟุตบอล แต่ยังหมายถึงการแบกรับความคาดหวังของแฟนบอลทั่วโลกด้วย
ด่านต่อไปของคาร์ริค! ดวลวิลล่าพิสูจน์ของจริง
หลังปลดล็อกชัยชนะสุดดราม่าเหนือโรม่าได้สำเร็จ ตอนนี้สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องไปที่เกมพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวดวลกับแอสตัน วิลล่า ถ่ายทอดสดทาง Sky Sports
นี่คือบททดสอบสำคัญของคาร์ริคว่าจะสามารถเปลี่ยนพลังฮึดจากเกมยุโรปให้กลายเป็นผลงานที่สม่ำเสมอได้หรือไม่ เพราะการพลิกนรกคว้าชัยชนะหนึ่งนัดอาจเรียกความมั่นใจกลับมา แต่การรักษามาตรฐานให้ได้ทุกเกมต่างหากคือสิ่งที่ทีมใหญ่ต้องทำให้ได้
บรูโน่จะกลับมาเป็นหัวใจสำคัญของทีมตามที่เมอร์สันเรียกร้องหรือไม่? คุนญ่าจะตอบสนองเสียงวิจารณ์ด้วยฟอร์มที่คงเส้นคงวาได้แค่ไหน?
และที่สำคัญ คาร์ริคจะพาปีศาจแดงเดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่อง หรือชัยชนะเหนือโรม่าเป็นเพียงแสงสว่างชั่วคราวก่อนกลับเข้าสู่วังวนเดิม
เกมกับแอสตัน วิลล่า จึงไม่ใช่แค่การลุ้นสามแต้ม แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าการคัมแบ็กครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของการกลับมาจริง ๆ หรือไม่!



