พรีเมียร์ลีกกำลังร้อนแรงขึ้นทุกสัปดาห์ เมื่อทั้งสเปอร์ส อาร์เซน่อล และลิเวอร์พูลต่างต้องเจอกับช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาล ล่าสุด โธมัส แฟรงค์ ยืนยันว่าทีมของเขายังไม่ถึงขั้นลุ้นแชมป์ ขณะที่รูนีย์ออกมาวิพากษ์ “ผู้นำในลิเวอร์พูล” หลังฟอร์มตกต่อเนื่อง ด้านทิมเบอร์ของอาร์เซน่อลเตือนเพื่อนร่วมทีมให้ถ่อมตัวแม้จะนำโด่งในตาราง ทุกความเคลื่อนไหวเข้มข้นแบบนี้ ติดตามได้ที่ premieraddict แหล่งรวมข่าวพรีเมียร์ลีกที่ไม่พลาดทุกประเด็นเด็ด
แฟรงค์ปัด สเปอร์ส ยังไม่ถึงขั้นลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
โธมัส แฟรงค์ หัวหน้าโค้ชของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ออกมายืนยันว่า ทีมของเขายังไม่ใช่หนึ่งในทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้จะเพิ่งบุกเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 3-0 และขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตาราง
ในเกมดังกล่าว มิกกี้ ฟาน เดอร์ เวน เหมาคนเดียวสองประตูจากลูกโหม่งในครึ่งแรก ก่อนที่ ปาเป้ ซาร์ จะมาบวกเพิ่มอีกหนึ่งลูกในช่วงท้ายเกม ทำให้ “ไก่เดือยทอง” เก็บได้ 13 คะแนนจาก 15 คะแนนเต็มในการเล่นเกมเยือน
ชัยชนะนัดนี้ทำให้สเปอร์สมี 5 คะแนนตามหลังจ่าฝูงและคู่ปรับร่วมเมืองอย่างอาร์เซน่อล โดยเดือนพฤศจิกายนนี้อาจเป็นช่วงสำคัญของทีม เนื่องจากพวกเขาต้องเจอกับทั้งเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สองทีมที่อยู่ต่ำกว่าในตาราง ก่อนจะต้องไปเยือนถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียมของอาร์เซน่อล
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แฟรงค์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่ครับ ผมคิดว่ายังมีอีกหลายทีมที่อยู่เหนือเราตอนนี้”
รูนีย์กังวล “ผู้นำหงส์แดง” หลังผลงานดิ่งต่อเนื่อง
เวย์น รูนีย์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ แสดงความกังวลต่อความเป็นผู้นำในทีมลิเวอร์พูล หลังลูกทีมของ อาร์เน่ สลอต พ่ายติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก
“หงส์แดง” พลาดท่าพ่ายเบรนท์ฟอร์ด 2-3 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ต่อเนื่องจากความพ่ายแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และคริสตัล พาเลซ ทำให้ตอนนี้หล่นมาอยู่อันดับ 7 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อลอยู่ 7 คะแนน
รูนีย์ กล่าวผ่านพอดแคสต์ของตัวเอง The Wayne Rooney Show ว่า
“แค่สามหรือสัปดาห์ก่อน ไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะเจอสถานการณ์แบบนี้ มันเกิดขึ้นเร็วและแรงมาก จนตอนนี้พวกเขายังหาทางออกไม่ได้”
เขากล่าวต่อว่า ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้จัดการทีมและผู้นำในทีมต้องรีบหาทางแก้ไข
“ทั้ง (เฟอร์จิล) ฟาน ไดค์ และ (โมฮาเหม็ด) ซาลาห์ เพิ่งต่อสัญญาใหม่ แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาแสดงความเป็นผู้นำได้มากพอในฤดูกาลนี้ ทั้งจากฟอร์มการเล่นและภาษากาย”ลิเวอร์พูลมีคิวกลับมาลงสนามอีกครั้งในวันพุธนี้ในศึกคาราบาว คัพ พบกับคริสตัล พาเลซ ถ่ายทอดสดทาง Sky Sports ก่อนจะลงเล่นเกมลีกกับแอสตัน วิลล่าในวันเสาร์ที่จะถึงนี้
ไดช์ ไม่พอใจการเป่า “ตัดสินพลาดชัดเจน” รับลูกทีมยังฟิตไม่ดีพอ
กุนซือบอร์นมัธ ชี้จังหวะลูกเตะมุมที่นำไปสู่ประตูแรกเป็น “ช่วงเวลาที่แย่มาก” พร้อมยอมรับสภาพความฟิตนักเตะยังไม่เต็มร้อย
ฌอน ไดช์ ผู้จัดการทีมบอร์นมัธ แสดงความไม่พอใจกับการตัดสินของผู้ตัดสินในเกมพรีเมียร์ลีกที่ทีมของเขาเอาชนะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-0 โดยมองว่าการให้ลูกเตะมุมซึ่งนำไปสู่ประตูแรกของเกมเป็น “การตัดสินที่ผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัด”
ในเกมดังกล่าว มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ยิงประตูจากลูกเตะมุมเข้าไปโดยตรง แต่จากภาพช้าเห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าตัวที่สัมผัสบอลสุดท้ายก่อนออกหลัง ซึ่งควรจะเป็นลูกตั้งเตะให้ฟอเรสต์แทนที่จะเป็นลูกเตะมุม
ไดช์ ซึ่งถูกใบเหลืองในช่วงครึ่งแรก ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports หลังเกมว่า
“ทุกคนเห็นชัดว่ามันควรเป็นลูกตั้งเตะฝั่งตรงข้าม มันเป็นเรื่องยากสำหรับผู้จัดการทีมอย่างเรา เมื่อไลน์แมนให้ลูกตั้งเตะ แต่ผู้ตัดสินซึ่งอยู่ไกลกลับเปลี่ยนคำตัดสิน ทั้งที่เขามองไม่เห็น นี่เป็นช่วงเวลาที่แย่มากจริง ๆ”
เขายอมรับว่าการเสียประตูจากจังหวะดังกล่าวส่งผลต่อความมั่นใจของทีม และยกให้เป็น “หนึ่งในช่วงเวลาที่ผิดพลาดที่สุด” ของเกม
ไดช์ รับลูกทีมยังไม่ฟิตพอ – ฟอร์มตกในครึ่งแรก
แม้จะเก็บสามแต้มได้สำเร็จ แต่ไดช์ก็ยอมรับตรง ๆ ว่า ทีมของเขามีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตและการเล่นในครึ่งแรก
“สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคือเรามีการเล่นที่แผ่วลงในแง่สภาพร่างกาย”
ไดช์กล่าว หลังเพิ่งพาทีมคว้าชัยเหนือปอร์โต้ในเกมยูโรป้ากลางสัปดาห์
“คุณเห็นแล้วว่าบอร์นมัธเป็นทีมที่เพรสซิ่งสูง แต่เรากลับรับมือไม่ได้เลย ทั้งที่เราเตือนไปแล้วเรื่องนี้ นักเตะบางคนยังต้องปรับตัวกับระดับความฟิตของเรา เพราะตลอดสัปดาห์นี้เราซ้อมหนักมาก อัดโปรแกรมที่ควรใช้เวลาหลายสัปดาห์ให้จบภายใน 5 วัน”
เขาเสริมอีกว่า
“ครึ่งแรกเรายังห่างจากมาตรฐานที่ต้องการ ทั้งเรื่องพละกำลังและการเล่นเกมรุก เราจ่ายบอลคืนหลังมากเกินไป ปล่อยให้คู่แข่งบีบเรา จนกลายเป็นสองประตูที่เสียอย่างน่าผิดหวัง”
ไดช์ยืนยันว่าเขาไม่ได้ตำหนิผู้จัดการทีมคนอื่น แต่เป็นการวิจารณ์แนวทางของทีมตัวเองเท่านั้น
“ผมไม่เคยตั้งคำถามถึงโค้ชคนอื่นนะ นี่คือวิธีที่ผมทำงานและอยากให้ทีมเล่นแบบนั้น ถึงจะมีเวลาซ้อมจำกัดและเกมถี่ แต่เราต้องหาทางยกระดับให้ได้”
ทิมเบอร์ เตือนเพื่อนร่วมทีม อย่าประมาท แม้ทีมนำโด่งพรีเมียร์ลีก
ทิมเบอร์ชี้ อาร์เซน่อลต้องรักษาสมาธิหลังคว้าชัย 7 นัดติด พร้อมย้ำยังเร็วเกินไปจะพูดถึงแชมป์
เยอร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังของอาร์เซน่อล ออกโรงเตือนเพื่อนร่วมทีมให้ “รักษาความนิ่ง” และไม่หลงระเริงกับฟอร์มอันร้อนแรง หลัง “เดอะ กันเนอร์ส” เก็บชัยชนะ 7 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก และขยับหนีห่างจ่าฝูงเพิ่มขึ้นอีก
ในสัปดาห์ที่คู่แข่งสำคัญอย่างลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี ต่างพลาดท่าพ่ายแพ้ อาร์เซน่อลฉวยโอกาสได้เต็มที่ หลังบุกเอาชนะคริสตัล พาเลซ 1-0 รักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้อย่างเหนียวแน่น และกลายเป็นทีมเต็งหนึ่งของการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้
ปัจจุบัน “ปืนใหญ่” มีแต้มนำอันดับสองอย่างบอร์นมัธอยู่ 4 คะแนน และทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 6 คะแนน ขณะที่แชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูลตามหลังอยู่ถึง 7 คะแนนเต็ม
ทิมเบอร์ย้ำ “ต้องถ่อมตัว – ทำงานหนักต่อ” แม้ฟอร์มแรงต่อเนื่อง
ชัยชนะเหนือพาเลซเกิดขึ้นหลังจากที่อาร์เซน่อลเพิ่งถล่มแอตเลติโก มาดริด 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ทำให้ทีมเก็บชัยในทุกรายการถึง 10 จาก 11 นัดหลังสุด แต่ทิมเบอร์ยังคงย้ำให้ทุกคนมีสติและไม่เหลิงกับผลงานที่ดีเกินไป
“มันสำคัญมากที่เราต้องวางตัวให้เป็นกลาง ไม่หลงระเริงกับชัยชนะมากเกินไป” ทิมเบอร์กล่าวหลังเกม
“แน่นอนว่าเราทำผลงานได้ดี แต่มันยังอยู่ในช่วงต้นฤดูกาล เรายังต้องพัฒนาให้ดีขึ้นทุกนัด”
แนวรับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ยังกล่าวถึงโปรแกรมต่อเนื่องของทีมว่า
“เกมถัดไปเรามีแมตช์คาราบาว คัพ กับไบรท์ตันในอีกสามวัน จากนั้นก็จะเจอกับเบิร์นลีย์ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งไม่ง่ายแน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องโฟกัสกับการทำงานหนักและไม่ประมาท”
“เราต้องยืนอยู่บนพื้นดินเสมอ ทำงานหนักต่อไป แล้วค่อยดูว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร” ทิมเบอร์ทิ้งท้าย



